SF ~ Pudding [YS][2/3]

posted on 28 Nov 2009 08:35 by hahaha-ing

Title : SF ~ Pudding [YS]

Author : InG

: เรื่องราวหวานๆ น่ารักๆ ของเขาทั้งสอง กับนิยายสั้นประเภทชายรักชาย [เนื้อหา -
ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตัวละครในชีวิตจริง  เป็นเพียงเรื่องสมมติขึ้นมาจากจินตนาการ
และก่อนแสดงความเห็นใดๆ กรุณาให้เกียรติเจ้าของบล็อกด้วย]

Category : Romantic Comedy

 

 

 

Part  2

 

 

ความรักก็เหมือนพุดดิ้ง ที่จะทำยังไงก็ไม่หวาน ถ้าไม่ใส่น้ำตาลลงไป



น้ำตาลของคนๆหนึ่งที่เข้าใจและใส่ใจเขามากกว่าใครๆ



นานแค่ไหนกันที่เขามองไม่เห็นสิ่งที่ผู้ชายคนนี้หยิบยื่นให้



เพราะทิฐิแท้ๆ เชียวที่อำพรางเขาไม่ได้ยินเสียงหัวใจของคนๆ นี้



หรือแม้แต่เสียงเรียกของหัวใจตัวเองด้วยนะ



มารู้ช้าไปแบบนี้ ช่างน่าตีจริงๆคิมจุนซู





“เข้ามาสิจุนซู”


ว่าพลางอ้าแขนเผยให้เห็นห้องนอนโทนสีสว่างกับบรรยากาศสดใสของสายลมยามเช้า ทั้งที่หนาวขนาดนี้แปลกดีเหมือนกัน .. . แต่ก็หนาวชะมัด ฮะฮะ คิดอะไรเล่นเพลินจนเจ้าของห้องพาจูงไปไหนต่อไหนมาสิ้นสุดเอาที่หน้าตู้เสื้อผ้าสีเทาทึบ



“นี่ครับ.. . สุขสันต์วันเกิดครับจุนซู”


คุณเจ้านายหันหลังไปหยิบอะไรจากภายในตู้ก่อนจะพาเอาตุ๊กตาโลมาสีขาวจั๊วะน่ารักติดมือมาด้วย แล้วยังเสียงทุ้มกับหน้าแดงๆ ของผู้เป็นเจ้านายที่ทำเอาจุนซูทำตัวไม่ถูก ความจริงแล้วไม่ว่าจะเวลาไหน เมื่อผมอยู่ใกล้เขาทีไรมือไม้มันก็ทำอะไรไม่ถูกมาเสียตั้งแต่แรกแล้วล่ะ ก็มีแต่ปากที่ช่างค่อนแคะอีกฝ่ายซะจนลืมความรู้สึก

บางอย่าง.. .



“มะ. ..มันผ่านมาตั้งเป็นเดือนแล้วนี่ฮะ มันไม่สำคัญแล้วล่ะ”


เพราะปากดีแบบนี้เจ้าของตุ๊กตาที่ตอนนี้คลายจากอาการหน้าแดงเป็นเคร่งขรึมและดูจริงจังขึ้นมาซะอย่างงั้น หรือไปพูดอะไรผิดงั้นเหรอ



“ก็เพราะเป็นแบบนี้นะสิ จุนซูถึงได้จะไปจากฉันใช่ไหม”


“ก็ถ้ารังเกียจกันก็อย่าตามใจฉันหรือหนีไปเฉยๆ อย่างนี้สิ” ยูชอนพูดน้ำเสียงตัดพ้อน้อยใจ จริงอยู่ว่าเขาไม่ได้รังเกียจคุณเจ้านาย แต่อย่าพูดเหมือนคบกัน เขาไปตกลงปลงใจคบกับตานี่ตั้งแต่ตอนไหนไม่ทราบ ฮึ่ม ปรี๊ดวุ๊ยปรี๊ด เมื่อเห็นว่าจุนซูยังเงียบไม่ตอบโต้ เจ้าตัวก็คิดไปเองว่าอีกฝ่ายยอมรับ อดไม่ได้ที่จะขึ้นเสียงกับร่างบางที่ยังก้มหน้าก้มตานิ่ง



“เอะอะก็บอกว่ารำคาญ หรือว่ามีคนอื่นอยู่แล้ว”


“ถ้ามันฝืนนักก็บอกมาว่าไม่ได้คิดอะไรกับฉัน แล้วจะไปไหนก็ไป”



“มันจะมากไปแล้วนะปาร์คยูชอน !!!!!” เผลอลืมตัวจนทำให้จุนซูโกรธจนหน้าแดงหูแดง เอาแล้วล่ะสิ งานเข้าแล้ว ปากหนอปาก ปร๊ากกกกยูช๊อนน


“มาไล่ฉันฉอดๆๆๆๆๆ คิดรึไงว่าที่ทนอยู่เพราะพิศวาสอะไรนักหนา”


“แล้วฉันไปคบกับนายตอนไหนไม่ทราบ ห๊ะ ขอบอกไว้เลยว่าฉันไม่เคยแม้แต่รู้สึกดีกับนาย”



พูดจบก็ผลักอีกฝ่ายจนล้มไปกองกับพื้น โดยที่ยูชอนไม่ทันเห็นน้ำใสที่กำลังไหลรินจากดวงตาคู่กลม พลาดซะแล้วปาร์คยูชอน



“จุนซู.. .”



ไม่ทันที่จะได้พูดอะไร คนตัวเล็กก็ถลาวิ่งไปที่ประตูราวกับเกลียดนักหนาที่ต้องทนอยู่นี่ แต่ภาพที่เห็นคืออีกฝ่ายกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นโดยที่มืออีกข้างกำลังผลักไสประตูที่จะทำยังไงก็เปิดไม่ออก วุ๊ย ประตูห้องได้ใจปาร์คอะไรเยี่ยงนี้


“มานี่ก่อน” ยูชอนพูดพลางอ้อมตัวไปด้านหลังก่อนจะอุ้มคนร่างเล็กขึ้นแนบอก โดยที่มือของร่างบางยังยื้อยุดอยู่กับประตูที่แสนภักดีกับผู้เป็นเจ้าของ (?)



“ประตูนะมันเป็นประตูเลื่อน.. . เปิดยังไงก็เปิดไม่ออกหรอกคนดี” ขาดคำมือบางก็ชะงักกึกไปทันทีพร้อมกับเสียงสะอื้นแผ่ว ก่อนที่หน้าเนียนจะแต้มสีระเรื่ออย่างน่ารัก ก็อายนะสิ ใครจะไปรู้ว่าบ้านนี้เขาจะใช้ระบบประตูเลื่อน ง่ะ ม่าม๊าจ๋าจุนซูอาย T///T



“คุยกันก่อน.. .แล้วค่อยไป” ยูชอนพาจุนซุมานั่งบนเตียงโดยที่เจ้าตัวนั่งลงที่พื้นเพื่อให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกัน ก่อนที่มือหนาจะเลื่อนเช็ดน้ำใสที่เปรอะเปื้อนใบหน้าน่ารักออกอย่างเบามือ การกระทำที่ทำเอาหัวใจคนขี้แยเต้นแรง


“ขอโทษที่พูดออกไปแบบนั้น.. .”



“แต่ถ้ารู้ว่าเวลาจุนซูร้องไห้น่ารักขนาดนี้ก็คุ้มล่ะ ฮะฮะ” พูดขึ้นมาอย่างน่าตาเฉยแถมยังหัวเราะมาได้แม้กระทั่งสถานการณ์แบบนี้ น่าหมั่นไส้ ! ไวเท่าความคิดมือบางก็กำแน่นก่อนจะส่งแรงไปที่หน้าอกของคนช่างแหย่ดังตุ๊บ แต่เหมือนจะเป็นการเพิ่มเสียงหัวเราะนั่นเข้าไปอีก



“ตีแรงขนาดไหน.. .ผมก็ไม่เจ็บหรอก” ก่อนที่จุนซูจะทันได้ยกมือเล็กที่กำแน่นไปทุบอกนั้นอีกครั้งให้หลาบจำ แต่ก็ไม่ทันเจ้าของบ้านที่ตอนนี้ฉวยมือเล็กนั้นขึ้นมาจูบเบาๆ ราวกลับกลัวหนักหนาว่ามือบางจะเป็นรอยช้ำแม้เพียงนิด แล้วยังคำพูดหวานที่ตามมาทำเอาคนฟังหันมาสบตาด้วยความไม่เข้าใจ (ว่ามันต้องการสื่ออะไร.. .)


“?”



“ก็ในเมื่อหัวใจมันไม่ได้อยู่ที่ตัว จะตีให้ตายมันก็ไม่เจ็บ” จบประโยคอันแสนเลี่ยน เจ้าตัวก็ทำท่าจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ซะอย่างงั้น แต่ก่อนที่ใครจะได้ทำอะไรไปมากกว่านี้เสียงโทรศัพท์ช่วยชีวิต(จุนซู)ก็ดังขึ้นทันก่อนที่ทุกอย่างจะเป็นไปตามทางของปาร์คยูชอน


“ครับ.. . ครับ .. . ได้ครับ.. . ไม่รบกวนครับ. ..ครับ”



นั่งดูเจ้านายคุยโทรศัพท์มันก็สนุกไม่หยอกเหมือนกัน สีหน้าที่ขมวดเข้าหากันเพราะโดนขัดจังหวะ แปรเปลี่ยนเป็นดวงหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มสดใสตามแบบฉบับคนอารมณ์ดี สงสัยนักเชียวว่ามีเรื่องอะไรที่ทำเอาเจ้าของบ้านหลังโตที่พ่วงตำแหน่งเจ้านายของเขาเป็นเอามากขนาดนี้




“ม๊าจุนซูล่วงหน้าไปก่อนแล้ว.. .เราเองก็ไปกันเถอะ”



ดูเป็นการเป็นงานขึ้นมาทันที จะดีใจอะไรนักหนาก็ไม่รู้ แต่เพราะเป็นแบบนี้รอยยิ้มของจุนซูจึงกลับมาอีกครั้ง ยิ้มอย่างนี้แหละที่ทำให้ผู้บริหารหนุ่มหวั่นไหวเมื่อแรกเห็น



ก่อนจะกึ่งลากกึ่งจูงคนตัวเล็กไปไม่ลืมที่จะคว้าเจ้าตุ๊กตาโลมาที่ตอนนี้นอนเป็นหมันเพราะคนตัวเล็กไม่ยอมรับความหวังดีของเขา ตาคมฉายแววน้อยใจเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนไปยิ้มให้กับคนข้างหลังอย่างรักใคร่ แต่ไม่ทันหลบสายตาของคนที่มองอยู่ก่อน ราวกับจะเอาใจคนจูง มือเล็กที่ไม่ได้ถูกกอบกุมจากคู่มือหนาอุ่นๆคู่นั้นก็คว้าแย่งเจ้าตุ๊กตาโลมามาถือเองเสียดื้อๆ ก่อนจะแทบล้มหน้าคะมำเพราะเดินชนแผ่นหลังกว้างของคนเดินนำหน้า




หน้าหวานหมวดเป็นโบว์อย่างน่ารักด้วยความไม่เข้าใจก่อนจะเหวเสียจนทำอีกฝ่ายสะดุ้ง ที่สะดุ้งคงเพราะมัวแต่ยืนตกตะลึงทำตัวไม่ถูก คิดเองเออเองว่าจุนซูกำลังเปิดใจให้เขาทีละน้อย แต่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่พ่อยอดชายปาร์คยูชอนไม่ได้คิดเองเออเองเพียงฝ่ายเดียวซักที


“จะตกใจอะไรนักหนา.. .ก็เห็นว่ามันน่ารักดี.. .ที่สำคัญเจ้านายให้เป็นของขวัญไม่ใช่รึไง”



พูดจบก็เปลี่ยนมาเป็นคนจูงเสียเอง ก็เห็นว่าถ้ามัวแต่โอ้เอ้อย่างนี้ คงไปไม่ถึงไหนกันพอดี คิดเองเสร็จสรรพก็ลากเจ้าของบ้านมาเองซะงั้น เดินผิดเดินถูกเพราะไม่ชำนาญทางนัก ก็คนมันมาครั้งแรกนี่นา แต่คนตัวโตที่ถูกจูงก็ไม่ปากไม่หือ ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันว่าคิดอะไรอยู่กันแน่




เวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกินสำหรับยูชอน ก็ไม่ใช่ไม่เห็นว่าคนนำทางเขาเดินผิดเดินถูก แต่ยื้อเวลาซักนิดที่จะได้แอบเนียน เอ๊ย!!! แอบลอบมองความน่ารักของจุนซูเสียหน่อย แล้วยังมือนุ่มนิ่มที่กำลังจูงเขาอยู่อีก คุ้มเกินคุ้มเจ้าข้าเอ๊ย อิอิ



“อะแฮ่ม.. . ปล่อยครับปล่อยคุณยูชอน.. .นานล่ะๆ” จุนซูก็พอรู้ตัวอยู่เหมือนกันว่าที่เดินงมทางกันจนเดินมาถึงรถแล้วมืออีกฝ่ายก็ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยเสียที ก็ไม่ได้ว่าอะไร ไม่รู้สิ ชินไปเสียแล้ว



“ไปกันเถอะครับ.. .เจ้านาย”





ก็ถ้าความรักเหมือนกับพุดดิ้ง นิยามนี้ก็คงชวนให้น่ากินสุดๆไปเลย



เพราะพุดดิ้งของผมตอนนี้มันหวานชะมัด แต่ถึงจะหวานเลี่ยนขนาดไหน




ถ้าได้นั่งกินกับคนน่ารักข้างๆซักครั้ง คงจะอร่อยขึ้นพิลึก





เป็นกำลังใจให้คนหล่อจีบคนน่ารักติดเสียทีนะครับ






ความรักนี่มันก็ไม่ง่ายเอาซะเลย..

 

 

edit @ 28 Nov 2009 08:50:41 by InG

SF ~ Pudding [YS]

posted on 22 Nov 2009 16:20 by hahaha-ing

Title : SF ~ Pudding [YS]

Author : InG

: เรื่องราวหวานๆ น่ารักๆ ของเขาทั้งสอง กับนิยายสั้นประเภทชายรักชาย [เนื้อหา -
ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตัวละครในชีวิตจริง  เป็นเพียงเรื่องสมมติขึ้นมาจากจินตนาการ
และก่อนแสดงความเห็นใดๆ กรุณาให้เกียรติเจ้าของบล็อกด้วย]

Category : Romantic Comedy

 

 

 

Part 1

 

หนีออกจากบ้าน


เหมาะตายล่ะคำนี้ เล่นหนีมาทั้งครอบครัว ทั้งอาม่า อากง ยันคนใช้ ให้มันได้อย่างนี้สิตระกูลคิม T0T


ไม่เข้าใจเลยจริงๆ แค่เอ่ยปากว่าจะย้ายที่ทำงานก็พากันคัดค้านหัวชนฝา ถึงงานที่เขาทำอยู่
มันจะดูน่าเป็นห่วงก็เถอะ ก็จะไม่น่าเป็นห่วงได้ไงล่ะ ก็ต้องทำงานร่วมกับสัตว์โลกบ้ากาม
ขนงามนามปาร์คยูชอน เฮอะ! คิดแล้วหมั่นไส้วุ้ย


ความจริงการเป็นเลขาหน้าห้องนี่ก็ไม่ใช่อาชีพที่หนักหนาอะไรนักหรอก ถ้าไม่รวมกับการโดนกลั่นแกล้ง
สารพัดจากไอ้บ้าโรคจิตคนหนึ่ง ที่วันๆพ่อคุณไม่ทำอะไรนอกจากทำหน้าบ้ากามหื่นได้ทั้งวัน เฮ้อ ไม่รวม
กับการที่ต้องมาฟังคำเยินยอสรรเสริญจากบรรดาคนในครอบครัวของเขา ตกลงใครกันแน่ห๊ะที่เป็นญาติ
เป็นพี่ เป็นลูก ทำไมใครๆ ถึงได้เข้าข้างนักนะ ไอ้เราก็เลยลองขู่ว่าถ้าไม่ยอมจะหนีออกจากบ้านเท่านั้นล่ะ
แทนที่เขาจะเป็นต่อ แต่ไหงทุกอย่างถึงจบเช่นนี้ล่ะ ว๊ากกก หงุดหงิดวุ้ย!


“อาจุนซู...ลื้อเก็บของเสร็จรื้อยาง”


เข้าใจว่าคนเรามันเปลี่ยนกันได้ แต่สำหรับหม่าม๊าของเขาแล้วอาการหนักแฮะ วันก่อนยังอาละวาดทั่วบ้าน
อยู่เลยว่าไม่ให้ไป เฮ้ออ


“เตรียมตั้งแต่เมื่อวานแล้ว..ม๊าไปนอนเถอะ” ยังไงก็เป็นแม่ ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจแต่ก็โกรธไม่ลงแฮะ เฮ้ออ


“เออลีๆ...พรุ่งนี้ลื้อไปช่วยอายูชอนเค้าขนของล้วยล่ะกัน..ทางนี้จะล่วงหน้าไปก่อน คิกๆ”
 -*-- แน๊ะ มาไม้นี้อีกแล้ว เฮ้อ เบื่อครับเบื่อ ก็เป็นอย่างนี้ทุกทีตั้งแต่ตานั่นย้ายมาจากอเมริกา เอาแต่ใช้เขา
ให้มีโอกาสไปพบปะกับตานั่นจนลงเอยที่ต้องทำงานด้วยกัน แรกๆ ก็เต็มใจเพราะเห็นว่าเป็นลูกเพื่อนม๊า แต่
ก็มารู้ทีหลังว่าม๊าตั้งใจจะจับคู่ผมกับเขา ความจริงผมก็ไม่ได้รังเกียจอะไรเขานะครับแต่มันติดอยู่ที่ผมเป็น
ผู้ชายและเขาเป็นผู้ชาย แง ม๊าใจร้าย แถมไอ้บ้านั่นยังเล่นด้วยอีกต่างหาก


“เฮ้อ...ผมอยากทำที่อื่นจริงๆนะม๊า อย่าใจร้ายกับลูกชายนักซิฮะ” อดไม่ได้ที่จะตัดพ้ออย่างน้อยใจ เป็นลูก
ทั้งคนแต่ไม่ฟังกันบ้างเลย


“อั๊วก็ยอมให้ลื้อหนีออกจากบ้านแล้วไง”


“...มันใช่ที่ไหนกันเล่า...ม๊าอ่ะ”


“ก็หนียกครอบครัวไง..เอาน่าถือซะว่าไปพักผ่อนนะอาจุนซู” เสียงหวานๆ หลอนๆนี่ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใคร แถม
พ่วงชุดนอนสีชมพูหวานแหววมาด้วยอีกต่างหาก แบ๊วได้อีกกับเจ๊คิมแจจุง พี่ชายคนโตของบ้าน บ่งบอกว่าเจ้า
ตัวพร้อมแล้วกับการเข้านอน ก็แล้วทำไมคุณเธอถึงไม่ไปหลับไปนอนล่ะวุ้ย มากวนประสาทกันอยู่ได้ หรือเดิน
อ้อยอิ่งรอให้หมีมันมางาบฟร่ะเนี่ย -*--


“อายูชอนเขาเป็นคนดี...ลื้อก็ใจแข็งซะจริง @#$%#@$@@## บลาๆๆๆๆ”


“อายูชอนเขาน่ารักออกจุนซู...วันก่อนก็อุตส่ามีน้ำใจมาส่งลื้อถึงบ้าน บลาๆๆๆๆ”


นี่ละครับ ม่าม๊ากับซ้อใหญ่? ของบ้านตะกูลคิม นี่ยังไม่รวมป๊าสุดหล่อของผม กับเจ้าชางมิน  ลูกพี่ลูกน้องปาก
สุนัขเรียกพี่ นั่นอีก คนนี้เขาเลี้ยงไว้หลายตัวครับ ลูกหมาน่ารักๆ ทั้งนั้นเล๊ย เออ ลืมพี่เขยสุดหล่อไปแฮะ เฮียคน
นี้ชื่อเฮียยุนโฮ คนนี้กิ๊กเจ๊แจเขา นี่ก็ตี๋ไม่แพ้ตระกูลผมเท่าไรครับ แต่คนนี้เป็นลูกเพื่อนป๊าผม อุ๊แหม ครอบครัวผม
นี่รักเพื่อนจริงๆ นะครับ ช่างยัดเยียดลูกชายให้กับลูกเพื่อนเหลือเกิน - -“


“ม๊ากับเจ๊พูดไปก็ไม่ทำให้ผมรู้สึกดีกับอายูชอนหรอก...ขอตัวนะฮะ” ก่อนจะตัดบทการสนธนาแค่นั้น ก่อนที่หูของ
ผมจะชาไปมากกว่านี้ ม๊ากับเจ๊ก็ดูจะอึ้งไปเหมือนกัน แต่ทำยังไงผมก็มองตาไก่หน้าหื่นนั่นดูดีไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว
ล่ะ เอาเป็นว่าคืนนี้หมดเวลาสนุกของ2แม่ลูกแล้ว ผมเองขอตัวไปงีบก่อนล่ะครับ พรุ่งนี้ต้องตื่นไปหาใครบางคน
อีก คงจะเหนื่อยน่าดูแฮะ เฮ้ออ...



ลัลๆ ล๊า ลา ล๊า ลัล ลา ~


เอ๊กอีเอ๊กๆ กะต๊ากๆ


“ฮู้วว” ก็ถ้าตอนนี้เป็นฤดูร้อนก็จะไม่แปลกซักนิดที่จะเห็นไอ้หนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งกำลังยืดเส้นยืดสายอยู่ระเบียง
หน้าบ้านตระกูลปาร์ค แล้วยังเสียงทักทายอย่างสดใสนั่นอีก ท่าจะอารมณ์ดีนะนั้น


“ตัวเขียวหมดแล้วเจ้านาย ~ ” อดไม่ได้ที่จะแขวะอีกฝ่ายด้วยความหมั่นไส้ ก็บอกแล้วว่าถ้าเป็นฤดูร้อนก็จะไม่
แปลกใจ เพราะตาไก่หน้าหื่นนั่นก็มักจะทำแบบนี้เสมอ แต่นี่มันฤดูหนาวที่อุณหภูมิแทบจะติดลบนะพ่อคู๊ณ กระดี้
กระด้าไม่สมกับว่าที่ผู้บริหารห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่มีสาขาทั่วประเทศเอาซะเลย หน้าขายหน้าแทนชะมัดวุ๊ย


ดูเหมือนเจ้าตัวจะรู้ตัว เพราะเอ่ยแซวไปไม่ทันไรก็วิ่งปรู๊ดเข้าห้องหับอย่างหมดท่า ก็นี่แหละเจ้านายของผม ถึงจะ
เป็นไก่หน้าหล่อแต่ก็หนาวเป็นแฮะ อิยะฮะฮาฮ่า


“จุนซู้ววววววววว” แนะ ยังไม่ทันเข้าบ้านดี คุณเจ้านายหน้าหื่นก็ไถลบันไดลงมาอย่างรีบร้อนราวกับว่ามีเรื่อง
ใหญ่โตเกิดขึ้น แถมพ่วงเสียงเรียกแปดปรอทมาด้วย สงสารคนใช้บ้านนี้จริงๆ


“ป่ะ...ขึ้นห้องกัน”


“เฮ้ย...จะบ้ารึไงคุณ”


“ก็เห็นม๊าคุณบอกว่าจะมาช่วยไม่ใช่รึไง...ป่ะ ” พูดพลางฉวยมือผมก่อนจะกึ่งจูงกึ่งลากให้ผมตามมา เอาว่ะ ไป
เยี่ยมห้องนอนปาร์คยูชอนซักวันแล้วกัน


“ว่าแต่คุณเตรียมของรึยัง?”


“เรียบร้อยแล้วครับ”


“อ้าว ! แล้วลากผมขึ้นมาทำไมเนี่ย นี่เราเสียเวลามามากแล้วนะฮะ” โว๊ยยย หงุดหงิดครับหงุดหงิด นี่ไอ้เจ้านาย
หน้าหื่นต้องการอะไรกันแน่ฟร่ะเนี่ย ไอ้เราก็แหกขี้ตาตื่นแล้วยังใส่เกียร์แล่นมาหาเพราะตื่นสายกลัวว่าอีกฝ่ายจะ
รอ แต่พ่อเจ้าพระคุณกับทำหน้าระรื่น แถมยังลากขึ้นห้องอีก เอ๊ะ!!! มันมีจุดประสงค์อะไรรึเปล่าเนี่ย ว๊ากก


“ปล่อยก่อนคุณ” ผมพูดพลางแกะมือเหนียวหนึบอย่างกับปลาหมึกของคุณเจ้านายออก ลืมตัวไปตั้งนานว่าอีก
ฝ่ายจับมือเขาอยู่ แหม เนียนนะพ่อคุณ


“ก็แค่ให้มาช่วยขนของลงไป...” แหม เสียงหงอยลงเชียวนะ พอเรารู้ทันก็ทำตัวลีบหน้าซีดอย่างกับไก่ต้ม เอาว่ะ
เล่นกับคุณเขาหน่อยล่ะกัน


“แล้วมีคนใช้ไว้เพื่ออะไรล่ะครับ...งั้นเดี๋ยวผมจะลงไปบอกให้”


“ไหนๆ ก็ขึ้นมาแล้วก็จะลงไปทำไมล่ะ” ก็เถียงกันขึ้นเถียงกันลงอยู่ตรงบันไดนั่นล่ะครับ สุดท้ายไอ้เราก็ยอมตาม
เขาไปเหมือนเดิม เพราะเจ้าตัวเขาอ้างความเป็นเจ้านายเลยต้องตามใจไป ถึงจะเหนื่อยที่ต้องต่อล้อต่อเถียงกับ
คนๆ นี้ แต่แน่นอน เขาไม่ได้รังเกียจปาร์คยูชอนอย่างที่การกระทำและปากว่า ไม่เคยคิดรังเกียจเลยแม้แต่นิด


เนื่องด้วยความใหญ่โตและกว้างขวางของคฤหาสน์ตระกูลปาร์ค ทั้งสองจึงใช้เวลาหน่อยในการเดินทางเพื่อมุ่ง
หน้าไปสู่ห้องของลูกเจ้าของบ้านที่เดินหน้าตั้งอย่างมุ่งมั่นเสียเต็มประดา ไม่ลืมที่จะเนียนจืบมือของคนที่เดิม
ตามหลังต้อยๆ ถึงคนเดินตามจะบ่นไม่หยุดกับการกระทำเหมือนเด็กๆ ของผู้เป็นเจ้านาย แต่กับแก้มใสเนียนที่ขึ้น
สีระเรื่อนั้นบ่งบอกได้ดีว่า เจ้าตัวเองก็รู้สึกดีกับชายหนุ่มคนนี้ไม่น้อย บรรดาคนใช้ที่บังเอิญผ่านมาต่างเหลียวมอง
ความน่ารักของทั้งสองที่ช่างดูเหมาะสมกันเหลือเกิน


“เข้ามาสิจุนซู” เจ้าของฉายาไก่หน้าหื่นผู้เป็นเจ้านายของร่างบาง เอ่ยเสียงทุ้มหวานจนอีกฝ่ายเผลอสบตาคม
เรียว ไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่าคนๆ นี้คิดยังไงกับตัวเอง แต่เพราะยังไม่อยากยอมรับความรู้สึกบางอย่างที่เกิดขึ้นในใจลึกๆ
นี้ว่าแท้จริงแล้วเขาก็หวั่นไหวกับถ้อยคำหวานที่เจ้าตัวขยันเอ่ยทุกวี่วันเช่นกัน


แล้วอย่างนี้จะทำอย่างไรล่ะคิมจุนซู ก็หวั่นไหวไปแล้ว ยังจะหลีกหนีหัวใจตัวเองได้อีกหรือ แล้วยังความรู้สึกล้น
ปรี่นี่ล่ะ เขาจะจัดการกับมันอย่างไรนะ


จะจัดการอย่างไรทั้งหัวใจของเขา



และหัวใจของใครบางคน.. .

 

edit @ 22 Nov 2009 18:00:43 by InG

ฮิสทีเรีย ไม่ได้แปลว่า บ้าผู้ชาย!?!

ยังคงมีหลายคนที่เข้าใจผิดเรียกผู้หญิงที่มีอาการมากชายหลายรัก หายใจเข้าออกเป็น เซ็กซ์ ว่าเป็นสาว ฮิสทีเรีย นั่นเป็นความเข้าใจที่ผิดมาก

..ก..ก อย่าได้เอาไปพูดกับเจ้าของภาษาให้เขาได้งงจนเกาหัวแกรกเชียว เพราะจริงๆ แล้วเขาเรียกอาการเสพย์ติดเซ็กซ์ที่ว่า ว่า นิมโฟมาเนีย (Nymphomania) ต่างหาก

Nymphomania มาจากคำว่า Nympho ที่แปลว่าผู้หญิงที่มีความต้องการทางเพศสูง และ Mania ซึ่งหมายถึงความคลั่งไคล้หรือบ้าคลั่ง Nymphomania จึงหมายถึงผู้หญิงที่มีความต้องการทางเพศสูงเกินปกติ คลั่งไคล้ในเซ็กซ์เกินปกติ ซึ่งอาการนี้เริ่มเป็นที่รู้จักกว้างขวางในช่วงศตวรรษที่ 19 เมื่อมีลูกสาวชาวนาชาวแมสซาชูเซตส์ เกิดหาญกล้าผิดหญิงสาวในวัย(และยุค)เดียวกัน โดยการพูดลามกอนาจารต่อหน้าธารกำนัล เสนอร่างกายและพูดจาเรื่องเพศเปิดเผยอย่างไร้การควบคุม เมื่อแพทย์ได้ตรวจอาการจึงวินิจฉัยว่าเธอเป็นโรคทางกายภาพชนิดหนึ่ง เนื่องจากพบว่ามดลูกของเธอขยายใหญ่ขึ้น ช่องคลอดหลั่งสารหล่อลื่นมากผิดปกติ รวมทั้งคลิตอริสก็ขยายใหญ่ขึ้นบ่งบอกถึงความต้องการทางเพศ (แต่ในวงการแพทย์ปัจจุบันถือว่า Nymphomania เป็นอาการป่วยทางจิต)

ผู้ป่วยที่เป็น Nymphomania จะไร้ความสามารถในการควบคุมความต้องการทางเพศ เรียกร้องการตอบสนองในเรื่องเซ็กซ์อยู่ตลอดเวลา โดยไม่คำนึงว่ากับใคร ที่ไหน และจะเกิดผลอะไรตามมา และแม้จะได้รับการตอบสนองทางเพศหลายครั้งก็ยังไม่เพียงพอ ทำให้ผู้ป่วย Nymphomania ต้องเปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น รวมถึงต้องสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองหลายครั้งต่อวันเพื่อบรรเทา ความอยาก ที่เกิดขึ้น

Nymphomania เกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งด้านกายภาพ จากความผิดปกติของกลีบสมองในส่วนขมับซึ่งจะพบได้น้อยมาก หรืออาจเกิดจากการได้รับยาบางชนิดมากจนเกินไป รวมไปถึงการติดสารเสพติด ส่วนสาเหตุด้านสภาพจิต เกิดจากความผิดปกติทางอารมณ์ที่มีความต้องการทางเพศมากเกินไป อารมณ์ไม่คงที่ สภาวะซึมเศร้าที่ทำให้สารเคมีในสมองเปลี่ยนไป และการได้เห็นคนร่วมรักกันตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งอาการเช่นนี้ก็เกิดได้ในผู้ชายเช่นกัน แต่จะเรียกว่า สไตเรียซิส (Satyriasis)

แล้ว ฮิสทีเรีย ล่ะ คืออะไร? ฮิสทีเรียเป็นอาการที่เกิดได้กับทั้งหญิงและชาย โดยแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ

โรคประสาทฮิสทีเรีย จะแบ่งเป็น Conversion Reaction คือคนที่มีความเครียด กังวลใจ หรือเกิดความขัดแย้งในจิตใจอย่างรุนแรง จนเกิดความผิดปกติในระบบการเคลื่อนไหวหรือรับรู้ เช่น เป็นอัมพาต ชาตามแขนและขา และ Dissociative Type คือสูญเสียความจำในบางเรื่องที่กระทบกระเทือนจิตใจจนไม่ต้องการรับรู้

บุคลิกภาพแบบฮิสทีเรีย ผู้ที่มีอาการนี้จะมีความเป็นเด็กสูง เจ้าอารมณ์ ชอบเรียกร้องความสนใจด้วยการแสดงออกที่มากเกินความจริง ซึ่งอาจเกิดจากการขาดความรัก ความอบอุ่นในวัยเด็ก

เห็นไหมว่า นิมโฟมาเนีย กับ ฮิสทีเรีย น่ะแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าเผลอเรียกผิดอีกล่ะ!
ขอบคุณข้อมูลดีๆ มีสาระจาก www.msn.co.th